July 30, 2021

เรอัล มาดริด 3-1 หงส์แดง : ชำแหละทุกความเป็นไปหลังศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เลกแรก

การแข่งขัน : ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก
รอบ 8 กลุ่มสุดท้าย 2020/21
คืนวันอังคารที่ 6 ม.ย. 2021

เรอัล มาดริด 3-1 หงส์แดง

สนาม : เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน

1. เกอิต้า กลายเป็นการตัดสินใจที่บกพร่องของ คล็อปป์
เยอร์เก้น คล็อปป์ เลือกที่จะดร็อป ว่ากล่าวอาโก้ อัลคันทารา จากตำแหน่งกองกลางโดยส่ง นาบี เกอิต้า ออกสตาร์ทแทนที่โดยคาดการณ์ว่านายใหญ่ชาว เยอรมัน หวังจะใช้ความแข็งแกร่งของกองกลางกลุ่มชาติ กินี บดบี้กับแผงกองกลางเชิงสูงของ เรอัล มาดริด

แต่ว่าแนวทางของ คล็อปป์ มิได้เป็นไปเหมือนอย่างที่คิดเมื่อเจ้าถิ่นใช้ทีเด็ดสำหรับเพื่อการวางบอลยาวของ โทนี วัวรส ผ่านแผงกองกลางและก็แนวรับจนถึงเป็นสาเหตุของการได้ทั้ง 2 ประตูในครึ่งแรกโดยที่ เกอิต้า แทบมิได้มีหน้าที่กับกลุ่มเลยทั้งเกมรับและก็เกมรุก

แม้ผู้จัดการทีมเฮฟวีเมทัลจะตกลงใจอย่างเด็ดขาดเปลี่ยนตัว เกอิต้า ออกจากสนามตั้งแต่ก่อนจบครึ่งแรกแทนที่โดย ว่ากล่าวอาโก้ แต่ว่ากลายเป็นสายไปเสียแล้วเมื่อกลุ่มตกเป็นข้างตามหลังถึง 2 ประตู

2. ไลน์แนวรับสูงถูกเผาเครื่อง
แม้ ลิเวอร์พูล จะเป็นกลุ่มกลุ่มเยี่ยมและก็ขาดเซ็นเตอร์แบ็คคีย์แมนทำหน้าที่แต่ว่าพวกเขายังคงดันไลน์แนวรับลอยสูงเช่นเคย ทว่าความอุตสาหะที่จะบีบพื้นที่ เรอัล มาดริด เพื่อพวกเขาเจอกับความเหนื่อยยากสำหรับเพื่อการเซ็ตเกมกลับไม่เป็นผลและก็กลายเป็นจุดที่เจ้าถิ่นใช้เล่นงาน เร้ดแมชีน จนได้ 2 ประตูก่อนจบครึ่งแรก

3. ครึ่งแรกที่ไม่เอาอ่าว
หงส์แดง จบครึ่งแรกด้วยสถิติการพยายามยิงประตูพอๆกับ 0 นับเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นพับ ลิเวอร์พูล นับตั้งแต่พ.ย. 2014 โดยเกมก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาที่พวกเขามิได้มีโอกาสสับไกยิงในครึ่งแรกเลยเกิดขึ้นสำหรับเพื่อการเจอกับ เรอัล มาดริด ด้วยเช่นกันตอนที่การเสีย 2 ประตูในครึ่งแรกของรอบน็อคเอาท์ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ของ ลิเวอร์พูล เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2005 ที่พวกเขาตกเป็นข้างตามหลัง เอซี มิลาน ในนัดหมายชิงชนะเลิศ 3-0

4. ทีเด็ดจากริมเส้นที่หายไป
นอกจาก นาบี เกอิต้า ที่ตกเป็นเป้าจากฟอร์มการเล่นของเจ้าตัวในเกมนี้ แข้งอีก 2 รายที่น่าผิดหวังสุดๆหนีไม่พ้นฟูลแบ็คทั้ง 2 ข้างอย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กับ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน

ร็อบโบ้ แทบหายไปจากเกมในครึ่งแรกเมื่อเจ้าของบ้านเน้นเกมรุกที่อีกฝั่งโดยจอมบุกกลุ่มชาติ สกอตแลนด์ มิได้เคลื่อนที่เติมเกมรุกเลยก่อนจะดีขึ้นขึ้นมาบ้างในช่วงหลัง ทว่าไม่ดีพอที่จะประดิษฐ์โอกาสลุ้นทำประตูให้กับเพื่อนฝูงร่วมกลุ่ม

ตอนที่ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ได้รับการคาดหวังว่าจะสามารถสานต่อฟอร์มการเล่นจากเกมที่กลุ่มเอาชนะ อาร์เซนอล 3-0 จากลูกครอสระดับเวิลด์คลาสของเจ้าตัวแต่ว่ากลายเป็นว่าเขาถูกเผาเครื่องในเกมรับครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะพลาดมหันต์กับช็อตเพียรพยายามโหม่งคืนหลังไปเข้าทาง มาร์เก๋ อเซนสิโอ พังทลายประตู 2-0 ก่อนจบครึ่งแรก

5. ลุ้นอีกเฮือกจากอเวย์โกล
ให้ภายหลังการตกเป็นข้างตาม 2 ประตูเมื่อจบครึ่งแรก หงส์แดง เป็นข้างกลับมาเริ่มช่วงหลังได้อย่างกระตือรือล้นก่อนที่ลูกยิงไถลของ ดิโอเก๋ โชต้า จะไปเข้าทาง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้ล่อเป้าในระยะเผาขนเป็นประตูตีไข่แตกตั้งแต่นาทีที่ 51 แต่ว่า ลิเวอร์พูล ก็ไม่สามารถที่จะรักษาโมเมนตัมดัขี้ตระหนี่ล่าวเอาไว้ได้และก็กลายเป็น วินิสิอุส ที่ฆ่าประตู 3-1 อีกราว 10 นาทีถัดมา

ที่น่าผิดหวังยิ่งไปกว่านั้นสำหรับ เดอะค็อป เป็นจังหวะการได้ประตูของ ซาลาห์ จากลูกที่อาศัยโชคเข้าข้างกลายเป็นเพียงแต่ครั้งเดียวที่พวกเขายิงตรงกรอบในเกมนี้จากโอกาสทั้งหมด 7 ครั้ง

แต่ว่าแม้ลูกทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ จะเป็นข้างผิดหวังในเลกแรกทว่าถ้าหากมองโลกในแง่ดีสุดๆพวกเขายังมีประตูกลุ่มเยี่ยมตุนเอาไว้ 1 ลูก เหลือเพียงแค่การกลับไปใส่เต็มดูดในรัง แอนฟิลด์ เลกที่ 2 แค่นั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *